BEOGAMING : “หัวใจผมสีดำด้วยหรือเปล่า”มาริโอ บาโลเตลี่

, , Comments Off on BEOGAMING : “หัวใจผมสีดำด้วยหรือเปล่า”มาริโอ บาโลเตลี่

BEOGAMING

คำถามอันไร้เดียงสา ของเด็กชายชั้นประถม ผู้ที่มีเชื้อสายเป็นชาว กานา

บาโรเตลี่ได้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับบุคลิกถาพภายนอกของตนเอง ที่แตกต่างจากบุคคลรอบข้าง เพียงแค่ตนเองนั้นเป็นเด็กชายผิวสี แต่ใครจะรู้ว่า เจ้าของคำถามอันไร้เดียงสานั้น ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือ “เกรียนโอ้ หรือ มาริโอ บาโลเตลี่” แห่ง BEOGAMING นั้นเอง

ย้อนไป เมื่อช่วง พฤศจิกายน ปี 2019 ศึกกัลโชซีเรียอา อิตาลี ในเกมส์ที่ เบรชชา ฟาดแข้งกับ ทีมเวโรน่า การแข่งขันนั้น ต้องหยุดลงชั่วคราว เพราะว่า มาริโอ บาโลเตลี่ เตะฟุตบอลไปที่อัฒจันทร์ ใส่กลุ่มแฟนบอลเวโรน่า ที่ตะโกนด่าเขาอย่างไม่ขาดสาย

ซึ่งคำพูดเหล่านั้น มันไปสะกิดแผลใจ ที่อยู่ในส่วนลึกของตัวเขา ซึ่งทำให้มาริโอนั้น รู้สึกเศร้าใจ และ โกรธแฟนบอลกลุ่มนั้นเป็นอย่าง  เพราะว่า คำพูดเหล่านั้น เป็นการเหยียดสีผิวของเขานั้นเอง บุคลิกภายนอก อาจจะแข็งกร้าว และ เย็นชา

แต่มาริโอ กลับมีความรู้สึกที่อ่อนไหวง่าย กับเรื่องเหยียดชนชั้นและสีผิว เหตุการณ์นี้ทำให้เขาคิดว่า เป็นตัวตลก ในสายตาของคนรอบข้าง อาจจะเป็นเพราะ บาโลเตลี่โดนคำพูดเหล่านั้น ทำร้ายจิตใจมาตั้งแต่เด็กๆด้วย ซึ่งอาจทำให้เจ้าชายตัวน้อยได้รับปมมาตั้งแต่เด็ก

ประวัติของ มาริโอ บาโลเตลี่BEOGAMING

มาริโอ บาวูห์ บาโลเตลลี่  เกิดเมื่อวันที่12 สิงหาคม 1990 ที่เมือง ปาแลร์โม ประเทศอิตาลี มีพ่อแม่เป็นชาวกานา คือ นาย โธมัส และ นางโรส บาร์วูอาห์ อพยพมาตั้งหลักที่เมืองปาแลร์โม ประเทศอิตาลี ก่อนที่ครอบครัวจะย้ายไปที่ เบรสชา หลังจากที่เขาลืมตาดูโลกได้ไม่นาน

ในวัย เพียง 3 ขวบ มาริโอ ต้องพบกับการเปลี่ยน ครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต เมื่อพ่อแม่ที่แท้จริงของเขานั้น ไม่สามารถเลี้ยงดู ได้ต่อไปอีกแล้ว เพราะมีฐานะ ยากจน จึงไม่อยากให้ลูกชายสุดที่รัก ต้องมาตกระกำลำบากไปกับพวกเขา จึงได้โอนสิทธิการดูแล ของตัวมาริโอ ให้กับ นายฟรานเชสโก และ นาง ซิลเวีย บาโลเตลลี่ รับไว้เป็นบุตรบุญธรรม

ครอบครัวนี้ มีฐานะที่มั่นคง เขาได้รับการเลี้ยงดูเป็นอย่างดี ซึ่งทำให้ช่วงนั้น มาริโอมีความสุขมาก แต่เมื่อมีอายุครบ และ ต้องรับการศึกษา บาโลเตลี่ ได้เข้าเรียนในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งที่นี่เอง ทำให้มาริโอ รู้สึกว่า เขากลายเป็นตัวตลกในสายตาของเพื่อนร่วมชั้น เพราะไม่ว่าจะทำอะไร ก็ถูกล้อเลียน และ แกล้งอยู่เสมอ เพียงแค่เพราะว่าเขานั้น เป็นคนผิวสี ทำให้เกิดคำถามขึ้นในจิตใจของเด็กน้อยผู้ไร้เดียงสาว่า “ฉันทำผิดอะไร  เพียงแค่แตกต่าง ทางสีผิวแค่นั้นหรือ”

ครั้งหนึ่งบาโลเตลี่ อยากที่จะเป็นเหมือนกับคนอื่นๆ เขาเปิดน้ำร้อน และเอามือลงไปแช่ ในขณะที่น้ำกำลังเดือด เพียงแค่คิดว่าผิวของเขานั้น จะเปลี่ยนเป็นสีขาวเพื่อที่จะได้ไม่ถูกล้อเลียน และ อีกครั้งหนึ่ง เขานำปากกามาระบายที่แขนของตัวเอง เพื่อให้สีผิวนั้นใกล้เคียงกับเพื่อนๆ

BEO89 “เขามีปัญหา เรื่องรูปลักษณ์ของตัวเอง ครั้งหนึ่งเขาเคยถามฉันว่า หัวใจของผม มีสีดำด้วยหรือเปล่าครับ?  เขาพยายามที่จะ เป็นเหมือนคนอื่นๆ เพราะ มาริโอกลัวจะไม่เป็นที่ยอมรับ’’คุณครูประจำชั้นของมาริโอ กล่าวถามอยากมั่นใจ

จากเหตุการณ์ในวัยเด็ก ทำให้เกิดรอยบาดแผล ขึ้นมาในจิตใจของเขา ซึ่งนั้น ก็อาจจะส่งผลให้ มาริโอมีบุคลิกที่ค่อนข้างก้าวร้าวในสายตาของคนอื่น แต่ใครจะทราบว่านั้นอาจจะเป็นเพียงแค่กำแพงที่บาโลเตลี่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันและปกปิดรอยบาดแผลที่เกิดขึ้นกับจิตใจของเขาก็เป็นได้

 ในวัย 18 ปี เขาได้รับสัญชาติ อิตาลีอย่างเต็มตัว และ เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพ กับทีมอย่าง ลูเมซซาเน่ ในปี 2006-2007 จากนั้น เขาก็ย้ายเข้าสู่ถิ่น งูใหญ่ อินเตอร์มิลาน ทีมดังแห่งศึกกัลโชซีเรียอา และ ได้โชว์ฟอร์มอันร้อนแรง

จนทำให้ถูกยกเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองคนหนึ่งในวงการ แต่ถึงกระนั้น ในเกมส์ที่ อินเตอร์มิลาน พบกับ ยูเวนตุส แฟนบอลของทีมม้าลาย ก็ได้ตะโกนเหยียดผิวของเขา หลายต่อหลายรอบ และนี่เป็นอีกครั้งที่ทำให้แผลในจิตใจของ มาริโอนั้น ถูกกระทบกระทั้งอย่างรุนแรง

ในปี 2010  เขาได้ย้าย ไปร่วมทีมดัง ย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้โชว์ฟอร์มได้ประทับใจไม่น้อย แต่รู้สึกว่าบุคลิกของเขานั้น ดูเหมือนจะไม่มุ่งมั่น มากสักเท่าไหร่นัก และ มีวีรกรรมแผลงๆ เกิดขึ้นมากมาย ช่วงที่ค้าแข้งอยู่ในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม และ จากนั้น เขาก็ได้ระหก ระเหิน ย้ายทีมหลายต่อครั้ง และ ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งออกมาได้ ทั้งในอิตาลี ฝรั่งเศส และ ประเทศอังกฤษ

เมื่อวันที่ 10 เดือนมิถนนายน มาริโอบาโรเตลี่ นักเตะผิวสีคนแรกที่ได้ลงสนามเล่นในนามอิตาลี่ในทัวร์นาเม้นใหญ่ ในเกมนัดนั้นผลคือ อิตาลี่เสมอกับสเปนไป 1-1 โดยบาโรได้โชว์ฟอร์มได้อย่างย่ำแย่สุดๆ และอีกไม่กี่วันต่อมา เข้าได้ทำประตูให้กับสัญชาติของเขาเป็นประตูแรกในรายการนี้ โดยเฉือนเอาชนะไอซ์แลนแบบสุดมันส์ 2-1 โดยจังหวะฉลองประตูของเขา ได้ถูกโบนุชชี่ ปิดปากเขาไว้ สาเหตุเพราะว่าเขาอาจจะพูดอะไรที่สร้างปัญหาขึ้นมาได้

ส่วนหนึ่ง บุคลิกของเขาที่แสดงออกมาให้คนอื่นเห็นนั้น ดูเหมือนเย็นชา และ แข็งกร้าว แต่ใครจะรู้ว่า เหตุการณ์ในอดีต อาจทำร้ายเขา มาอย่างแสนสาหัส จึงต้องปกปิดรอยบาดแผลนี้ และ ไม่ต้องการให้ใครได้รับรู้

การที่โดนดูถูกเหยียดหยาม เป็นสิ่งใครๆก็ไม่อยากพบเจอกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะต่ำ หรือ สูง  รวย หรือ จน แม้กระทั้งดำ หรือ ขาว คำพูดสั้นๆหนึ่งประโยค ที่ออกมาจากการพูดไม่คิด หรือ เพียงแค่ความสนุกสนาน อาจจะทำให้ผู้ที่ได้รับฟัง เกิดร่องรอยบาดแผล ทางจิตใจ และ จดจำไปตลอดชีวิต “คำพูดที่ไม่เคยจำ จะส่งความช้ำ สู่ผู้ฟัง”

ขอบคุณ เรื่องราวดีๆจาก : BEOGAMING

อ่านเพิ่มเติม : touroriental